ผ้าเบรกควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ เปลี่ยนผ้าเบรกยี่ห้อไหนดี


#1

ผ้าเบรกรถยนต์อีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของรถที่อยู่ในระบบเบรก แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรเปลี่ยนเมื่อใด วิธีสังเกตุเมื่อผ้าเบรกใกล้หมดจะมีอาการอย่างไร จะมีอันตรายต่อการใช้งานหรือไม่ ควรเลือกใช้ผ้าเบรกแบบไหน ยี่ห้อไหนดี

สำหรับ รถยนต์ ทุกคัน ระบบเบรกถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องไม่ต่างกับส่วนอื่น ๆ เพราะมีหน้าที่ทำให้รถชะลอความเร็วหรือหยุดได้อย่างปลอดภัย และชิ้นส่วนที่เจ้าของรถสามารถตรวจเช็กด้วยตัวเองได้ก็คือ ผ้าเบรก ซึ่งเสื่อมสภาพได้ตามระยะเวลาและลักษณะการใช้งาน

แต่คำถามแรกสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปก็คือจะรู้ได้อย่างไรว่าผ้าเบรกต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่ ถ้าดูกันที่เรื่องของความหนา แบบไหนจะถือว่ายังใช้งานได้ และจะใช้ได้อีกนานแค่ไหน วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมวิธีการสังเกตผ้าเบรกในเบื้องต้น รวมถึงวิธีการเลือกใช้ผ้าเบรกมาให้สำหรับใครที่กำลังได้เวลาเปลี่ยนผ้าเบรกพอดี

ระบบเบรก และการทำงาน
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับระบบเบรกของรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันที่ใช้งานกันมากที่สุดมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันก็คือ ดิสก์เบรก และ ดรัมเบรก

ดิสก์เบรก คือ ระบบเบรกที่อยู่ในรถยนต์เกือบทุกยี่ห้ออยู่ที่ว่าจะใช้ดิสก์เบรกแค่ 2 ล้อหน้า หรือทั้ง 4 ล้อ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแบรนด์นั้น ๆ ดิสก์เบรกจะประกอบด้วย จานเบรก, คาลิปเปอร์เบรก และ ผ้าเบรก ในส่วนของการทำงานทุกครั้งที่เรากดแป้นเบรกน้ำมันไฮดรอลิกในคาลิปเปอร์จะดันผ้าเบรกแต่ละแผ่นเข้าไปที่จานเบรก ทำให้เกิดแรงเสียดทานขึ้น ช่วยให้รถชะลอความเร็วลงลงและหยุดรถได้อย่างปลอดภัย

ดรัมเบรก คือ ระบบเบรกแบบปิดที่ใช้ในรถยนต์ หรือรถอื่น ๆ ช่วงแรกเริ่มซึ่งปัจจุบันยังพบเห็นได้ในรถยนต์ และรถบรรทุก ดรัมเบรกประกอบด้วย ผ้าเบรกทรงโค้ง, ก้ามปูเบรค หรือ ฝักเบรค, สปริง และลูกสูบที่ต่อเข้ากับสายเบรก ส่วนการทำงานของดรัมเบรกนั้นในทุกครั้งที่เราแตะเบรก ผ้าเบรกด้านในจะถูกแม่ปั๊มดันให้ไปติดกับด้านในของฝาครอบเบรค ซึ่งฝาครอบเบรคนี้จะยืดติดอยู่กับล้อรถ ทำให้เกิดแรงเฉื่อยช่วยชะลอความเร็ว และหยุดรถได้ในที่สุด

ผ้าเบรกควรเปลี่ยนเมื่อใด ?
แม้ผู้ผลิตผ้าเบรกจะระบุไว้ว่าผ้าเบรกนั้นจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 40,000-100,000 กิโลเมตร ซึ่งก็อาจเป็นจริงตามนั้น แต่ก็มีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ผ้าเบรกอาจไม่ได้ใช้งานได้ยาวนานขนาดนั้น เช่น ใช้รถยนต์บ่อยแค่ไหน ลักษณะการขับขี่ของแต่ละบุคคลเป็นอย่างไรขับเร็วหรือขับช้า รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้ในการเดินทางต้องขึ้นเขาหรือพื้นที่สูงชันหรือไม่ นั่นทำให้อายุของผ้าเบรกในรถแต่ละคันนั้นอาจไม่เท่ากัน ซึ่งเราควรหมั่นสังเกตุและตรวจสอบเป็นประจำ โดยเฉพาะผ้าเบรกแบบดิสก์เบรกนั้นจะค่อนข้างหมดเร็ว กว่าผ้าเบรกแบบดรัมเบรกที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า

ขอบคุณข้อมูลโดย : วาไรตี้ https://viagraovernightdelivery.info