เช็ครถมือสองให้ชัวร์! ว่าไม่ผ่านการกรอเลขไมล์


#1

ใครที่มีแผนจะซื้อรถมือสองในปีนี้ นอกจากคุณจะหาข้อมูลรุ่นรถที่อยากได้แล้ว การซื้อรถมือสองยังจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ทั้งภายในและภายนอก สืบค้นประวัติอุบัติเหตุของรถยนต์ อายุการใช้งานของรถยนต์ และเลขระยะทางควรไม่เกิน 130,000 กม. แต่เดี๋ยวนี้ผู้จัดจำหน่ายรถมือสองทั้งรายใหญ่ รายย่อย ใช้กลโกงเปลี่ยนเลขไมล์ หรือที่เรียกว่า ‘กรอเลขไมล์’ วันนี้เราเลยมี 3 วิธีแฉกลโกง รถมือสองกรอเลขไมล์มาฝาก 

เช็คให้ชัวร์ว่ารถมือสองที่คุณกำลังจะซื้อถูก ‘กรอเลขไมล์’ หรือไม่?

 

  • เทียบสภาพรถกับเลขไมล์

 

อย่างแรกเลยให้คุณเช็คสภาพรถมือสองที่คุณจะซื้อ แล้วลองดูเลขไมล์บนหน้าปัดว่ามันสัมพันธ์กันหรือไม่ ในขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้ประสบการณ์ในการใช้รถสักหน่อย อย่างเช่น พวงมาลัยรถยนต์เงาวับ ปุ่มภายในรถเลือนหลุด คันเร่งคันเบรกว่าใช้งานขัดข้องไหม หรืออุปกรณ์อื่นๆมีการสึกหรอผ่านการใช้งานมานาน ตรงนี้อาจจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญสักหน่อย ถ้าใครดูไม่เป็นก็พาเพื่อน พาผู้เชี่ยวชาญไปช่วยดูรถก็ดี

 

  • เอกสาร หลักฐานยืนยันการใช้งานรถ

 

เอกสารสำคัญประจำรถที่ทุกคันต้องมี คือ Book Service เป็นสมุดบันทึกเช็คระยะทางของศูนย์บริการ ส่วนใหญ่จะเข้าไปเช็คระยะกับศูนย์ทุกๆ 10,000 กม. นั่นแสดงว่ารถคันนี้ได้รับการดูแลบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนที่ศูนย์บริการ ซึ่งคุณสามารถเช็คข้อมูลในเอกสารว่าตรงกับเลขไมล์ที่แสดงหรือไม่ แต่ถ้าคุณไม่สามารถหา Book Service ก็สามารถเช็คข้อมูลออนไลน์ได้ที่ศูนย์บริการ 

 

  • เช็คประวัติรถยนต์อย่างละเอียดอีกสักรอบ

 

ถึงคุณจะทำการเช็คทั้ง 3 ส่วนนี้ แต่เพื่อความละเอียดและให้คุณได้รถมือสองตามที่คุณต้องการ แนะนำให้จดทะเบียนรถ เลขตัวถัง และนำตัวเลขนี้ไปเช็คไมล์ ประวัติการซ่อมกัยศูนย์ที่รถเอาเข้าประจำ หรือนำเลขตรงตัวถังไปค้นใน Google คุณอาจพบข้อมูลจากผู้ใช้ที่ใช้รถรุ่นนี้ แล้วแจ้งเลขไมล์เอาไว้คราวๆ ส่วนนี้ก็สามารถนำมาเดาเลขไมล์ที่น่าจะเป็นได้เช่นกัน 

และนี่ก็เป็น 3 วิธีเช็คว่ารถมือสองที่คุณจะซื้อถูก ‘กรอเลขไมล์’ หรือไม่ ซึ่งการดูเลขไมล์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเช็ครถมือสอง ดังนั้นหากคุณตั้งใจซื้อรถฮอนด้ามือสอง โตโยต้ามือสอง นิสสันมือสอง และรถมือสองรุ่นอื่นๆ อย่าลืมเช็คข้อมูลรถยนต์ ดูสภาพเครื่องยนต์ อายุการใช้งาน และส่วนอื่นๆ เพื่อที่คุณจะได้รถมือสองที่คุณต้องการ